หลังจากที่เราได้ย้อนรอยความยิ่งใหญ่และวิวัฒนาการของ พรีเมียร์ลีก วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงช่วงเวลาที่บัลลังก์แชมป์เริ่มมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนอย่างเข้มข้น การต่อสู้เพื่อความเป็นหนึ่งทวีความดุเดือด ทีมใดจะสามารถสร้างตำนานบทใหม่ให้กับลีกได้บ้าง ไปกันเลย
เชลซี ปี 2005
การเปิดตัวสุดอลังการของยุคที่ 2 แห่ง โชเซ่ มูรินโญ่ กับ เชลซี ในฤดูกาล 2005 กัน ปีนั้นสิงห์บลู ราวกับพายุร้ายที่โหมกระหน่ำตั้งแต่เสียงนกหวีดแรก พวกเขาออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างน่าสะพรึงกลัว ด้วยการคว้าชัยชนะรวดเดียว 9 เกมแรกแบบไร้รอยขีดข่วน
ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าคือ ในช่วงเวลาดังกล่าว พวกเขาไม่เสียประตูแม้แต่ลูกเดียว มันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทั้งในเกมรุกและเกมรับที่สมบูรณ์แบบ จนหลายคนเริ่มมองว่าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนั้นคงไม่แคล้วมือพวกเขาไปได้ตั้งแต่กลางฤดูกาลแล้ว
แม้ว่าในช่วงท้ายฤดูกาล ฟอร์มของเชลซีอาจจะมีแผ่วลงไปบ้าง แต่ด้วยความได้เปรียบที่สร้างไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ พวกเขาก็ยังคงรักษามาตรฐานและคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างไม่ยากเย็น โดยทิ้งห่างคู่แข่งสำคัญอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปถึง 8 แต้ม มันเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าในปีนั้น เชลซีอยู่ในระดับที่เหนือกว่าปีศาจแดงอย่างชัดเจน
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ปี 2006
หลังจากที่ เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ครองความยิ่งใหญ่ในพรีเมียร์ลีกอยู่ 2 ฤดูกาลติดต่อกัน ในวันนั้นหลายคนอาจจะคิดว่ายุคสมัยของสิงห์บลูจะยาวนานและไร้คู่ต่อกร
แต่แล้วปีศาจแดงภายใต้การนำทัพของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในยุคเปลี่ยนถ่ายสู่ขุมกำลังชุดใหม่ ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง และหัวใจสำคัญของการกลับมาทวงคืนบัลลังก์ในครั้งนี้ก็คือการก้าวขึ้นมาอย่างเต็มตัวของ คริสเตียโน โรนัลโด จากดาวรุ่งที่เต็มไปด้วยลีลาการสับขาหลอกอันน่าตื่นตาตื่นใจ โรนัลโดได้พัฒนาตัวเองอย่างก้าวกระโดด กลายเป็นยอดดาวยิงตัวหลักที่พร้อมจะสร้างความแตกต่างในทุกเกม
ยิ่งไปกว่านั้น การเข้ามาผนึกกำลังในแนวรับของคู่หูสุดแกร่งอย่าง เนมานย่า วิดิช และ ปาทริซ เอวร่า ก็เป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับแผงหลังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างมาก พวกเขาเข้ามาเติมเต็มช่องว่างและสร้างความเหนียวแน่นจนยากที่คู่แข่งจะเจาะผ่านได้
เชลซี ปี 2009
ในฤดูกาล 2009 ปีนั้นสิงห์บลูภายใต้การคุมทีมของกุนซือชาวอิตาเลียน คาร์โล อันเชล็อตติ กลายเป็นทีมที่แฟนบอลหลงรักอย่างหมดหัวใจ ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดัน เร้าใจ และเต็มไปด้วยประตูสวยๆ
ฤดูกาล 2009 ถือเป็นการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ที่เข้มข้นและน่าจดจำ เชลซีภายใต้การนำทัพของอันเชล็อตติ สร้างสถิติการยิงประตูที่น่าทึ่งถึง 103 ประตู ตลอดทั้งฤดูกาล พวกเขาโชว์ฟอร์มโหดเหี้ยมด้วยชัยชนะถล่มทลาย ไม่ว่าจะเป็นสกอร์ 7-1, 7-0 และปิดฉากฤดูกาลได้อย่างสวยงามด้วยการบุกไปยำใหญ่ วีแกน แอธเลติก ถึง 8-0 มันเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในเกมรุกที่น่ากลัวและหลากหลายของพวกเขา
แม้ว่าการคว้าแชมป์จะต้องลุ้นกันจนถึงนัดสุดท้ายอย่างระทึกใจ แต่สิ่งที่ทำให้ฤดูกาล 2009 ของเชลซีพิเศษกว่าครั้งไหนๆ ก็คือสไตล์การเล่นที่สนุก ตื่นเต้น และเต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ พวกเขามีนักเตะพรสวรรค์มากมายที่พร้อมจะสร้างสรรค์เกมรุกอันน่าตื่นตาตื่นใจ ทำให้ทุกครั้งที่สิงห์บลูลงสนาม แฟนบอลต่างก็ตั้งตารอชมประตูสวยๆ และชัยชนะที่เด็ดขาด
แมนเชสเตอร์ซิตี้ ปี 2011
ฤดูกาล 2011 ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เต็มไปด้วยความระทึกใจจนกลายเป็นตำนาน หากจะพูดถึงดราม่าในพรีเมียร์ลีกแล้ว ปี 2011 ต้องถูกยกให้เป็นอันดับต้นๆอย่างแน่นอน เพราะมันได้สร้างหนึ่งในโมเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ นั่นคือประตูชัยของ เซร์คิโอ อเกวโร ในนาทีที่ 94
เกือบพลาด แต่ก็ได้แค่เกือบ
แต่ก่อนที่จะถึงจุดนั้น เส้นทางสู่แชมป์ของเรือใบสีฟ้าเต็มไปด้วยความผกผัน พวกเขาเกือบจะทำแต้มหลุดมือไปอย่างน่าเสียดาย และต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องภาวนาให้คู่แข่งร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลาดท่าในช่วงท้ายฤดูกาล ซึ่งก็เกิดขึ้นจริงอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้โอกาสในการคว้าแชมป์กลับมาอยู่ในมือของพวกเขาอีกครั้ง
และแล้วในเกมสุดท้ายของฤดูกาล ทุกสายตาของแฟนบอลทั่วโลกก็จับจ้องมาที่เอติฮัด สเตเดียม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องการชัยชนะเพื่อคว้าแชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี แต่สถานการณ์กลับตึงเครียดเมื่อพวกเขาโดน ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส นำอยู่ 2-1 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ความหวังของแฟนบอลเรือใบสีฟ้าแทบจะดับวูบลง
แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เอดิน เชโก้ โหม่งตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 92 จุดประกายความหวังขึ้นมาอีกครั้ง และในนาทีที่ 94 อเกวโร่ ก็สร้างสรรค์ประตูชัยสุดเหลือเชื่อ ที่ทำให้สนามเอติฮัดระเบิดความดีใจออกมาอย่างกึกก้อง มันเป็นประตูที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ เป็นประตูที่แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะไม่มีวันลืมเลือนไปตลอดกาล
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ปี 2012
ส่งท้ายอาชีพการคุมทีมอันยิ่งใหญ่ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2012 ปีนั้นถือเป็นการปิดฉากตำนานได้อย่างสวยงามและสมบูรณ์แบบ เมื่อปีศาจแดงคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก สมัยที่ 13 มาครองได้อย่างเด็ดขาด
การมาถึงของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ดาวยิงชาวดัตช์ ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาเข้ามาพร้อมกับความกระหายในการทำประตูและทักษะอันยอดเยี่ยม และเขาก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง ด้วยการเดินหน้าถล่มประตูคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง พาทีมเก็บชัยชนะได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ
ด้วยขุมกำลังที่แข็งแกร่ง ประสบการณ์อันล้นเหลือของเฟอร์กูสัน และความเฉียบคมของฟาน เพอร์ซี่ ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2012 เดินหน้าเก็บแต้มได้อย่างราบรื่น พวกเขาแสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอและความมุ่งมั่นที่ไม่เคยลดน้อยถอยลง จนกระทั่งคว้าแชมป์ลีกมาครองได้อย่างสบายๆ โดยไม่มีใครกังขาในความสามารถของกุนซือระดับตำนานผู้นี้อีกต่อไป
ส่งท้ายเฟอร์กี้ด้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก
ฤดูกาล 2012 จึงเป็นเหมือนบทสรุปอันงดงามของการทำงานอันยาวนานและประสบความสำเร็จอย่างหาใครเทียบได้ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มันเป็นการคว้าแชมป์ที่ตอกย้ำถึงความยิ่งใหญ่ของเขา และเป็นการส่งท้ายอาชีพการคุมทีมด้วยเกียรติยศสูงสุด
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำทัพของเขาในฤดูกาลนั้น แสดงให้เห็นถึงความเป็นทีมที่แข็งแกร่งและพร้อมที่จะคว้าชัยชนะเสมอ ทำให้การคว้าแชมป์ในสมัยที่ 13 เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จอันไร้ข้อกังขาของกุนซือผู้เป็นตำนานอย่างแท้จริง
ก้าวเข้าสู่โลกแห่งความบันเทิงเหนือจินตนาการ เชียร์ฟุตบอลสดทุกแมตช์แบบไม่มีพลาด แทงบอลสดลุ้นรับโชคหล่นทับ และสนุกกับ หวยออนไลน์ ที่ได้มาตรฐานระดับโลก จ่ายจริงทุกบาทที่คุณชนะ สมัครสมาชิกใหม่วันนี้ รับโบนัสต้อนรับ 1,000 บาท เพียงแค่ใส่รหัส DW368